กฎหมาย

 

 ประกาศกฎควบคุมการใช้งานโดรนในประเทศไทย

ราชกิจจานุเบกษาลง ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 ซึ่งลงประกาศตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ตามประกาศดังกล่าวได้นิยามความหมายไว้ดังนี้

  • “อากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก” หมายความว่า อากาศยานที่ควบคุมการบินโดยผู้ควบคุมการบินอยู่ภายนอกอากาศยานและใช้ระบบควบคุมอากาศยาน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเครื่องบินเล็ก ซึ่งใช้เป็นเครื่องเล่นตามกฎกระทรวงกําหนดวัตถุซึ่งไม่เป็นอากาศยาน พ.ศ. 2548
  • “ระบบควบคุมอากาศยาน” หมายความว่า ชุดอุปกรณ์อันประกอบด้วยเครื่องเชื่อมโยงคําสั่งควบคุมหรือการบังคับอากาศยาน รวมทั้งสถานีหรือสถานที่ติดตั้งชุดอุปกรณ์เหล่านี้หรือเครื่องมือที่ใช้ควบคุมการบินจากภายนอกและตัวอากาศยานด้วย

    อากาศยานในประกาศนี้แบ่งเป็นสองประเภทตามวัตถุประสงค์คือ

  • ประเภท 1 ใช้เพื่อการเล่นเป็นงานอดิเรก เพื่อความบันเทิง หรือเพื่อการกีฬา

  • ประเภท 2 ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากตามประเภท 1 คือรายงานข่าว รายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ วิจัยและพัฒนาอากาศยาน หรือเพื่อการอื่น ๆ

ประเภทที่ 2 นั้นกำหนดขนาดไม่เกิน 25 กิโลกรัม ขณะที่ประเภทที่ 1 มีแบ่งย่อยตามขนาด ดังนี้
ประเภท 1.ก มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม กำหนดให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องมีอายุมากกว่า 18 ปี หรือมีผู้แทนโดยชอบธรรมควบคุมดูแล ซึ่งอากาศยานในข้อนี้ กระทรวงคมนาคมอนุญาตให้ทำการบินได้ โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

เงื่อนไข
(1) ก่อนทําการบิน

(ก) ตรวจสอบว่าอากาศยานอยู่ในสภาพที่สามารถทําการบินได้อย่างปลอดภัย ซึ่งรวมถึงตัวอากาศยานและระบบควบคุมอากาศยาน
(ข) ได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ที่จะทําการบิน
(ค) ทําการศึกษาพื้นที่และชั้นของห้วงอากาศที่จะทําการบิน
(ง) มีแผนฉุกเฉิน รวมถึงแผนสําหรับกรณีเกิดอุบัติเหตุ การรักษาพยาบาล และการแก้ปัญหากรณีไม่สามารถบังคับอากาศยานได้

(2) ระหว่างทําการบิน

(ก) ห้ามทําการบินในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และรบกวนความสงบสุขของบุคคลอื่น
(ข) ห้ามทําการบินเข้าไปในบริเวณเขตห้าม เขตกํากัด และเขตอันตรายตามที่ประกาศใน เอกสารแถลงข่าวการบินของประเทศไทย (Aeronautical Information Publication – Thailand หรือ AIP – Thailand) รวมทั้ง สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ โรงพยาบาล เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
(ค) แนวการบินขึ้นลงของอากาศยานจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง
(ง) ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องสามารถมองเห็นอากาศยานได้ตลอดเวลาที่ทําการบิน และห้ามทําการบังคับอากาศยานโดยอาศัยชุดกล้องบนอากาศยานหรืออุปกรณ์อื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง
(จ) ต้องทําการบินในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ซึ่งสามารถมองเห็นอากาศยานได้อย่างชัดเจน
(ฉ) ห้ามทําการบินเข้าใกล้หรือเข้าไปในเมฆ
(ช) ห้ามทําการบินภายในระยะเก้ากิโลเมตร (ห้าไมล์ทะเล) จากสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ดําเนินการสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
(ซ) ห้ามทําการบินโดยใช้ความสูงเกินเก้าสิบเมตร (สามร้อยฟุต) เหนือพื้นดิน
(ฌ) ห้ามทําการบินเหนือเมือง หมู่บ้าน ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีคนมาชุมนุมอยู่
(ญ) ห้ามบังคับอากาศยานเข้าใกล้อากาศยานซึ่งมีนักบิน
(ฎ) ห้ามทําการบินละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น
(ฏ) ห้ามทําการบินโดยก่อให้เกิดความเดือดร้อน ความรําคาญ แก่ผู้อื่น
(ฐ) ห้ามส่งหรือพาวัตถุอันตรายตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรืออุปกรณ์ปล่อยแสงเลเซอร์ติดไปกับอากาศยาน
(ฑ) ห้ามทําการบินโดยมีระยะห่างในแนวราบกับบุคคล ยานพาหนะ สิ่งก่อสร้าง หรืออาคาร น้อยกว่าสามสิบเมตร (หนึ่งร้อยฟุต)

ประเภท 1.ข มีน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัมแต่ไม่เกิน 25 กิโลกรัม กำหนดให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ไม่เป็นผู้มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เคยโดนโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายยาเสพติดหรือศุลกากร และต้องขึ้นทะเบียนต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เหมือนประเภท 1.ก และเพิ่มเติมอย่างการบำรุงรักษาอากาศยาน ความชำนาญในการบังคับอากาศยาน ความเข้าใจในกฎจราจรทางอากาศ ต้องมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่ใช้งานได้ติดตัว มีประกันภัยต่อบุคคลที่สาม วงเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อครั้ง เพิ่มระยะห่างในข้อ (ฑ) เป็นไม่น้อยกว่าห้าสิบเมตร (หนึ่งร้อยห้าสิบฟุต) เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้า

สำหรับอากาศยานประเภท 2 ก็ต้องขึ้นทะเบียนและปฏิบัติเงื่อนไขเช่นเดียวกับประเภท 1.ข กรณีที่ใช้เพื่อรายงานเหตุการณ์หรือรายงานจราจร (สื่อมวลชน) หรือวิจัยและพัฒนาอากาศยาน การขึ้นทะเบียนต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ตามนั้น ส่วนเพื่อใช้ถ่ายภาพหรือการอื่นจะขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลได้ โดยการขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องระบุรายชื่อผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานหรือบุคคลที่จำเป็นในการปฏิบัติการบินของอากาศยานด้วย

ทั้งนี้ หนังสือการขึ้นทะเบียนมีอายุ 2 ปีตั้งแต่วันที่ออกหนังสือ

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา 

 

 

สรุปประเด็นสาคัญจากงาน Open Forum : ICT Law Center under ETDA ภายใต้หัวข้อ

ใช้โดรน (Deone) อย่างไรให้โดนใจ ไม่โดนดี” วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ตั้งแต่เวลา 09.30 12.00 น. สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

Electronic Transactions Development Agency (Public Organization)

วิวัฒนาการของโดรน (Drone) ความเป็นมาในการใช้

ก่อนที่จะบอกว่าโดรนคืออะไร นั้น ก่อนอื่นต้องมองย้อนกลับไปว่าสมัยก่อนที่จะมีโดรนหรือ อากาศยานที่ไร้นักบิน ส่วนใหญ่เป็นการปฏิบัติการด้านการทหารเป็นหลัก ซึ่งในการใช้งานด้านทหารนั้น มีมา ตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีวิวัฒนาการ มาจากการใช้เทคโนโลยีของเรดาร์และการใช้ อากาศยานเพื่อที่จะทาการตรวจจับเป้าหมาย (Detect) ปกป้อง หรือโจมตีเป้าหมาย ตามวัตถุประสงค์ ของการปฏิบัติภารกิจนั้นๆ หลังจากที่ระบบเรดาร์ได้มีวิวัฒนาการมาพอสมควรแล้ว ทาอย่างไรหลังจาก ที่เกิดการโจมตีแล้วจะไม่ให้เกิดการสูญเสียหรือลดการสูญเสียในการถูกโจมตีนั้นได้ จึงจาเป็นต้องสร้าง ตัวแทนเพื่อทาหน้าที่แทนอากาศยานซึ่งมีราคาแพง และนามาปฏิบัติภารกิจทางทหารได้ โดยให้มี ขีดความสามารถในการโจมตี ในการลาดตระเวน หา ข่าว หรือถ่ายภาพ แทนอากาศยานจริงได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น โดรน จึงได้เกิดขึ้น ซึ่งโดรนจริงๆ แล้ว คือ อากาศยานที่ไร้นักบิน โดย ไม่มีนักบินขับ (คือ อากาศยานที่ไม่ต้องมีนักบินขึ้นไปบังคับการบินบนเครื่อง) แต่สามารถควบคุม การบินได้ด้วย 2 วิธีคือ

1. ควบคุมให้ทาการบินด้วยตนเองอัตโนมัติจากคอมพิวเตอร์

2. ควบคุมการบินระยะไกลจากนักบินที่อยู่บนภาคพื้น โดยการควบคุมการบินระยะไกลจากนักบินที่อยู่บนภาคพื้นนั้น จะสามารถทาการควบคุมได้

ในระยะที่ไม่ไกลมาก คือ ระดับที่สายตามองเห็น (Line of Sight) ส่วนการควบคุมการบินด้วยตนเอง

อัตโนมัติจากคอมพิวเตอร์นั้น จะมีการใช้โปรแกรม ซึ่งมีการกาหนดลงไปในระบบคอมพิวเตอร์ กรณีที่

อากาศยานไร้นักบินเกิดเหตุขัดข้อง จะมีการควบคุมการบินด้วยตนเองโดยอัตโนมัติและจะสามารถ

กลับมาลงเองได้โดยอัตโนมัติตามที่ได้กาหนดในคอมพิวเตอร์

ตาม พ. ร. บ. การเดินอากาศ พ. ศ. 2497

พรบ. การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มีคานิยามตามมาตรา 4 “อากาศยาน” หมายความ รวมถึง เครื่องทั้งสิ้นซึ่งทรงตัวในบรรยากาศ โดยปฏิกิริยาแห่งอากาศเว้นแต่วัตถุซึ่งระบุยกเว้นไว้ใน กฎกระทรวงง

กฎกระทรวง กาหนดวัตถุซึ่งไม่เป็นอากาศยาน พ.ศ.2548ได้กาหนดในข้อ 2. ไว้ว่า “วัตถุ ต่อไปนี้ไม่เป็นอากาศยาน” ตามมาตรา 4

(1) ว่าวทุกชนิดซึ่งชักเป็นเครื่องเล่นหรือเพื่อการกีฬา

(2) บัลลูนหรือลูกโป่งซึ่งมีปริมาตรไม่เกินหนึ่งลูกบาศก์เมตร

(3) เครื่องบินเล็กซึ่งใช้เป็นเครื่องเล่น

(4) เครื่องซึ่งทรงตัวในบรรยากาศโดยปฏิกิริยาแห่งอากาศต่อพื้นผิวโลก เ ช่น Hovercraft

Ekranoplanes

(5) ยานพาหนะทางน้าที่ทรงตัวในบรรยากาศโดยปฏิกิริยาแห่งอากาศที่เป็นผลกระทบกับ พื้นผิวโลก (Wing in Ground Effect Craft type A)

(6) ยานพาหนะทางน้าตาม (5) และสามารถทรงตัวในบรรยากาศโดยปฏิกิริยาแห่งอากาศได้ เป็นการชั่วคราวเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ทั้งนี้ การทรงตัวดังกล่าวต้องอยู่ในระดับสูงสุดไม่เกินหนึ่ง ร้อยห้าสิบเมตรจากพื้นผิวน้า (Wing in Ground Effect Craft type B)

ดังนั้นกรณีโดรน หรือ UAV ที่มีปริมาตรไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร จึงไม่ถือว่าเป็นอากาศยาน

ตามคานิยามในกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นนิยามที่กว้างมาก และในกฎกระทรวงที่กาหนดวัตถุซึ่งไม่

เป็นอากาศยาน พ.ศ. 2548 ได้กล่าวถึงสิ่งที่ไม่เป็นอากาศยานไว้ข้างต้น นอกนั้นเป็นอากาศยาน

ทั้งหมด มีคานิยามมากมายเกี่ยวกับอากาศยาน ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของกฎหมายนั้นๆ

การใช้งานของอากาศยานทั้งที่มีนักบินและไร้นักบินนั้น จะต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับและ กฎการบินโดยเคร่งครัด ซึ่งจะต้องมีการส่ง Flight plan หรือแผนการบินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชม. ไปยังเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ (air traffic controller) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ในการบิน ในกรณีที่โดรนจะทาการบินในระดับสูง จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ที่แสดงตนเอง เพื่อการพิสูจน์ ทราบ และปฏิบัติการบินตามคาอนุญาตโดยเคร่งครัด ในพื้นที่ที่เป็นสีฟ้าเป็นพื้นที่อันตราย ( Danger Area) ซึ่งจะต้องทาการบินและต้องปฏิบัติตามกฎการบินโดยเคร่งครัด การที่จะทาการยินเข้าไปใน เขตห้าม (Prohibited Area) เขตกากัด (Restricted Area) และ เขตอันตราย (Danger Area) จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ก่อนล่วงหน้าทุกครั้ง หากไม่เช่นนั้น อาจจะถูกสกัด กั้นหรือถูกทาลาย จากหน่วยงานความมั่นคงที่รับผิดชอบได้ ซึ่งนักบินที่จะทาการบินในราชอาณาจักร จะต้องดูและปฏิบัติตามเอกสารบรรณสารการบินแห่งประเทศไทย (Aeronautical Information Publication: AIP) อย่างเคร่งครัด

ในประเทศไทยมีการนาโดรนมาใช้ในการทาข่าวตั้งแต่เมื่อไร

ในประเทศไทยมีการนามาใช้นานแล้ว เริ่มตั้งแต่ที่มีการจับกล้องใส่ในโดรนเพื่อใช้ถ่ายภาพ

หลังจากนั้นสานักข่าวต้องการมุมมองที่หลากหลายเพื่อทาข่าว และประสบการในการใช้โดรน จะมีช่วง

เกิดเหตุการณ์ม็อบ ซึ่งลักษณะการบินของโดรน มีลักษณะทุกอย่างเหมือนอากาศยาน จึงอาจตกได้

ดังนั้น การมีประกันภัยอุบัติเหตุจากโดรนตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขอ

อนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการ

บินจากภายนอก พ.ศ. 2558เป็นเรื่องที่ดี แต่ในปัจจุบันอาจไม่ practical นัก เพราะยังไม่มีบริษัท

รับประกันภัยเรื่องนี้ในประเทศไทย

ต่างประเทศมีหลักเกณฑ์ข้อบังคับเกี่ยวกับโดรนอย่างไร

เรื่องการถ่ายภาพทางอากาศ หรือสารวจทางอากาศ อาจเป็นการรบกวนหรือมีการละเมิด

ทาง Privacy ด้วย ดังนั้น สิ่งที่ท้าทายและเป็นประเด็นทางกฎหมายในต่างประเทศอยู่ไม่น้อย

โดรนเป็นที่เรียกกันว่า internet of things ซึ่งสามารถเก็บวิดีโอของบุคคล และมีการเก็บข้อมูลของ

ส่วนบุคคล ซึ่งสามารถถ่าย 360 องศา โดยใน USA ถ้ารัฐจะใช้โดรน ต้องมีหมายก่อน ถือว่าเป็นการ ค้น แต่ถ้าเป็นกรณีเอกชนหรือประชาชนทั่วไปในการใช้นั้นมีกฎหมายคุ้มครองเครื่องโดรน ถ้าใครยิง หรือทาลายจะกระทาไม่ได้ ซึ่งหมายถึงกฎหมายสหรัฐมุ่งคุ้มครองเรื่องทรัพย์สิน และความปลอดภัย (safety) แต่ไม่ได้น้าหนักทาง Privacy ในปัจจุบันใช้ในทางทหารหรือนักข่าวครอบคลุมอยู่แล้ว แต่ที่ สาคัญสาหรับชาวบ้านทั่วไป กรณีที่โดนโดรนถ่ายรูปในยุโรป จะต้องมีการใช้กฎหมายต่างหากที่จะ คุ้มครอง privacy

การใช้นั้น ในส่วนของนักข่าวมีการควบคุมการใช้อย่างไร

ในการใช้โดรนในการทาข่าว นั้น ใช้ทีม ๓ คน คือ นักบิน ผู้ควบคุมภาพ และเนวิเกเตอร์ที่คอย

ควบคุมทิศทาง (ดูสภาพภูมิประเทศที่จะบิน) หรือใครจะมีจานวนคนมากหรือน้อยแล้วแต่นโยบายการ

ทาข่าว โดยการบินแต่ละครั้ง บินตามคาสั่งตามข้อบังคับของสานักข่าวเท่านั้น โดยในกลุ่มของนักข่าว

โดรนมีการแจกหมวกที่แสดงถึงการเป็นนักข่าวที่ใช้โดรนเพื่อแยกประเภทระหว่างผู้ใช้โดรนที่เป็น

นักข่าวกับชาวบ้านธรรมดา นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มของคนที่ใช้โดรนเพื่อให้ความรู้ด้วยกันเอง เช่น

การรวมกลุ่มทางเฟสบุ๊ค หรือบริษัทที่ขายโดรนซึ่งเป็นหน่วยงานที่คอยให้ความรู้ เกี่ยวกับการใช้โดรน

และจะมีการอบรมในการใช้โดรนในการทาข่าวเพื่อให้สามารถใช้งานได้และให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

มีการตั้งเป็นกลุ่มสมาชิกและเป็นเว็บไซต์

การควบคุมการบินและกติกาการบินโดรน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2558 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวง

คมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน

ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 โดยมีสาระสาคัญ แบ่งอากาศยานไร้

นักบินเป็น 2 ประเภท คือ

1) เล่นเพื่องานอดิเรก บันเทิง กีฬา

ก. ขนาดไม่เกิน 2 กิโลกรัม

ข. ขนาดเกิน 2 กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 25 กิโลกรัม

2) ไม่ใช่เพื่องานอดิเรก แต่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่น เพื่อการทาข่าว ช่วยเหลือ รายงาน

จารจร ภาพยนต์ วิจัยและพัฒนา อื่นๆ เป็นต้น ซึ่งมีน้าหนักไม่เกิน 25 กิโล ต้องมีการจดทะเบียนเป็น

นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมหา

โดยก่อนทาการบินต้องมีการตรวจเช็คตามที่ประกาศกระทรวงคมนาคมกาหนด และเมื่อบิน

แล้วต้องไม่รบกวนผู้อื่น และที่สาคัญคือ ไม่ให้บินในบริเวณ เขตห้าม (Prohibited Area) เขตกากัด

(Restricted Area) และ เขตอันตราย (Danger Area) ตามที่ประกาศของ AIP ประเทศไทย หากมี

เหตุสงสัยการฝ่าฝืนสามารถดาเนินต่อการฝ่าฝืนได้ตามกฎหมาย

 ทุกคนที่ทาการบินต้องได้รับอนุญาต และต้องมีการส่งแผนการบินให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องการบินเพื่อควบคุมและหลีกเลี่ยงความไม่ปลอดภัยอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

ข้อจากัดและขอบเขตทางมุมนักกฎหมาย